ชนิดการแสดงที่นักแสดงทุกคนต้องรู้ !

Dec 29 / IkonClass Staff
ในบทความก่อนหน้าเราได้พูดถึงเส้นทางสู่การเป็นนักแสดงสำหรับคนทีไร้ประสบการณ์ ส่วนในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงประเภทและเทคนิคการแสดงต่าง ๆ ที่นักแสดงเริ่มต้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ? ไปดูกัน !
สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการแต่งหน้าสำหรับมือใหม่
เรียนกับที่สุดของวงการ

Classical acting

เทคนิคการแสดงจากยุคสมัยคลาสสิก (Classical acting) อิงถึงในยุคสมัยละครเวทีของยุค Shakespeare ที่ยังไม่มีนวัตกรรมภาพยนตร์ ซึ่งจะเน้นการแสดงออกทางท่าทางที่อลังการและการพูดบทที่ดูช้าแต่เสียงดังฟังชัด เพื่อให้คนดูในโรงละครได้เห็นและได้ยินอย่างทั่วถึง

เทคนิคการแสดงแบบ Classical acting จำเป็นจะต้องให้นักแสดงวิเคราะห์บทเขียน ทำความเข้าใจกับตัวละครอย่างลึกซึ้ง และสามารถถ่ายทอดคำเขียนออกมาผ่านการแสดงได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้แล้วนักแสดงจะต้องมีทักษะการพูดที่เสียงดังฟังชัด มีจินตนาการในการวิเคราะห์ และถ่ายทอดตัวละครตามสถานการณ์ที่นักเขียนได้แต่งไว้

นักแสดงที่ใช้เทคนิคนี้ : Richard Attenborough, Patrick Stewart, Kenneth Branagh, Ian McKellan, Jessica Chastain, Benedict Cumberbatch

Modern acting

“Modern acting” เป็นประเภทการแสดงที่ถูกพัฒนาโดยผู้กำกับ นักแสดง และผู้ก่อตั้ง Moscow Art Theatre ชาวรัสเซีย Konstantin Stanislavski เมื่อมาถึงยุคที่มีการใช้กล้องในการถ่ายภาพยนตร์ Stanislavski ค้นพบว่าการแสดงแบบ Classical acting ขาดความเป็นธรรมชาติของตัวละคร เขาเลยคิดค้นเทคนิคการแสดงที่จะทำให้นักแสดงสามารถเจาะเข้าถึงตัวละครและแสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเทคนิคของ Stanislavski หรือที่เรียกกันว่า Modern acting จะประกอบไปด้วยคำถามเหล่านี้ : 
  • ฉันเป็นใคร ?
  • ฉันอยู่ที่ไหน ?
  • ฉันต้องการอะไร ?
  • ทำไมฉันถึงต้องการสิ่งนั้น ?
  • ฉันจะได้มันมายังไง และ ต้องได้ภายในเมื่อไหร่ ?
  • ฉันต้องข้ามอุปสรรคอะไรบ้าง ?
Stanislavski เชื่อว่าการตอบคำถามนี้จะช่วยให้นักแสดงจินตนาการตัวละครได้อย่างลึกซึ้งและแสดงได้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

นักแสดงที่ใช้เทคนิคนี้ : Stella Adler, Richard Boleslavsky, Joshua Logan, Michael Chekhov

Method acting 

เทคนิคการแสดง Method acting เป็นหนึ่งในชนิดการแสดงที่โด่งดังมากที่สุดและก็เป็นเทคนิคที่ถูกถกเถียงมากที่สุดด้วยเช่นกัน Method acting นั้นถูกสร้างโดยนักแสดงชาวอเมริกัน Lee Strasberg ซึ่งเขาให้ความสำคัญกับการใช้ความทรงจำและประสบการณ์ในอดีตเพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการแสดง จึงทำให้เกิดการแสดงประเภท Method acting ที่นักแสดงมักจะสวมบทเป็นตัวละครนั้น ๆ ก่อนวันถ่ายทำ และเมื่อถึงวันถ่ายทำ นักแสดงก็จะสามารถนำประสบการณ์จากการเป็นตัวละครนั้นมาแสดงได้ หรือให้อธิบายสั้น ๆ ก็คือการสวมบทบาทตัวละครนั้นเป็นเวลานานก่อนถ่ายทำ จนสามารถแสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติในขณะที่ถ่ายทำ

ยกตัวอย่างเช่น Natalie Portman ในบทบาทนักเต้นบัลเล่ต์เรื่อง Black Swan ที่เขาต้องลดน้ำหนัก 20 กิโล พร้อมกับเข้าเรียนเต้นบัลเล่ต์เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน หรือ Christian Bale ที่ลดน้ำหนักถึง 30 กิโลและนอนแค่วันละสองชั่วโมง เพื่อเตรียมบทบาทเป็นคนที่มีภาวะนอนไม่หลับในเรื่อง The Machinist หรือนักแสดงรุ่นเก่าอย่าง Al Pacino ที่จำลองการใช้ชีวิตเป็นคนตาบอดก่อนที่จะเริ่มแสดงจริงในเรื่อง Scent of a Woman

แต่ในขณะเดียวกัน ไม่ใช่ผู้กำกับทุกคนที่จะชอบการแสดงแบบ Method acting เพราะบางครั้งก็ทำให้เกิดอุปสรรคในการทำงาน เช่น ถ้านักแสดงมุ่งมั่นและปักหลักกับการเป็นตัวละครนั้นไปแล้ว การที่จะเปลี่ยนบทหรือเปลี่ยนรายละเอียดของตัวละครกลางคันก็อาจจะเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้แล้ว Method acting อาจจะไม่สามารถใช้ได้กับทุกตัวละคร โดยเฉพาะกับตัวละครที่ผู้เขียนไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดมากนัก ก็อาจจะทำให้นักแสดงจินตนาการและเตรียมการแบบ Method acting ได้ยาก

นักแสดงที่ใช้เทคนิคนี้ : Al Pacino, Christian Bale, Heath Ledger, Natalie Portman, Jared Leto, Robert De Niro, Joaquin Phoenix, Jim Carrey, Forest Whitaker, Leonardo DiCaprio

Meisner technique

เทคนิค Meisner เป็นชนิดการแสดงที่ถูกคิดค้นโดยนักแสดงชาวอเมริกัน Sanford Meisner ด้วยเป้าหมายที่ต้องการจะลดความซับซ้อนในการแสดง Meisner เชื่อว่าการแสดงที่ดีคือการแสดงที่มาจากสัญชาตญาณภายใน :
  • ศึกษาและเตรียมความรู้สึกของตัวละครก่อนเข้าฉาก ให้ใช้จินตนาการหรือประสบการณ์ชีวิตที่มีเพื่อช่วยจำลองและสวมความรู้สึกของตัวละครคุณก่อนเข้าฉาก
  • การแสดงด้นสด เมื่อสวมความรู้สึกของตัวละครแล้ว ในตอนเข้าฉาก ให้นักแสดงใช้สัญชาตญาณในการคุมโทนเสียงและกิริยาท่าทางในการแสดงออก เป็นการแสดงที่รอให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น และโต้ตอบกลับด้วยสัญชาตญาณของนักแสดงที่กำลังสวมอารมณ์ของตัวละครอยู่ ณ ตอนนั้น
  • ฝึกพูดซ้ำ ๆ ยกตัวอย่างเช่น ในการสอนของ Meisner เขาจะให้นักเรียนจับคู่และเล่นเกมส์ “พูดคำซ้ำ” เขาให้นักเรียนคนแรกสังเกตท่าทางหรือสีหน้าของนักเรียนอีกคน และพูดอธิบายออกมาว่าเขาเห็นอะไร เช่น “คุณดูโมโห” และนักเรียนที่สองก็โต้ตอบด้วยคำเดิมในโทนเสียงอารมณ์ที่แตกต่างจากคนแรก “คุณดูโมโห” ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะพูดโต้ตอบไปเรื่อย ๆ โดยห้ามใช้โทนเสียงซ้ำ เป็นแบบฝึกหัดที่ช่วยให้นักเรียนคุ้นชินกับการโต้ตอบด้วยสัญชาตญาณ และเป็นการทำความคุ้นเคยกับโทนเสียงของตัวละคร

นักแสดงที่ใช้เทคนิคนี้ : Anthony Hopkins, Alec Baldwin, Amy Schumer, Robert Duvall, Grace Kelly, James Franco, Tom Cruise

Practical aesthetics method

และในวิธีสุดท้าย เราขอนำเสนอประเภทการแสดง “Practical aesthetics” ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยนักแสดง William H. Macy และ David Mamet โดยปกติแล้ว จะเห็นว่าเทคนิคอื่น ๆ เริ่มจากคำถามที่โฟกัสไปที่ประสบการณ์ของนักแสดง หรือเริ่มจากการจินตนาการ แต่สำหรับเทคนิค Practical aesthetics จะเริ่มจากการวิเคราะห์สิ่งที่บทให้มา และค่อยวนกลับมาถามนักแสดงว่า “ถ้าเราอยู่ในเหตุการณ์นั้น เราจะทำยังไง ?” :
  1. การวิเคราะห์บท : เริ่มแรก เราจะเริ่มจากการวิเคราะห์สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในซีน เช่น ตัวละครเรากำลังพูดอะไร ? ความหมายของแต่ละบทสนทนากำลังสื่ออะไร ? และสังเกตความเคลื่อนไหวของตัวละครในซีน
  2. การวิเคราะห์ความต้องการ : ในขั้นตอนที่ 2 ให้นักแสดงวิเคราะห์บทเขียนและตอบให้ได้ว่าตัวละครกำลังต้องการอะไร
  3. การวิเคราะห์กิริยาที่จำเป็น : เมื่อสามารถตอบข้อ 1 และ 2 ได้แล้ว ต่อไป นักแสดงจะต้องนึกถึง “การกระทำ” ที่ตัวละครต้องการจะทำมากที่สุด เช่น ตัวละครต้องวิ่งหนี ตัวละครต้องร้องไห้ ตัวละครร้องขอความเมตตา เป็นต้น
  4. “ถ้าเป็นเราล่ะ” : และในขั้นตอนสุดท้าย นักแสดงต้องหันกลับมาถามตัวเองว่า “แล้วถ้าเป็นเราล่ะ” เราจะทำอย่างไร ซึ่งนักแสดงจะต้องนึกถึงประสบการณ์ชีวิตที่ใกล้เคียงกับตัวละคร และนำความรู้สึกนั้นมาประยุกต์ใช้ในการแสดงบท
นักแสดงที่ใช้เทคนิคนี้ : Rose Byrne, William H. Macy, Felicity Huffman, Jessica Alba, Rhea Seehorn

เรียนกับที่สุดแห่งทุกวงการ

เรียนรู้ทุกเคล็ดลับและเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงของทุกวงการไทย
สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการแต่งหน้าสำหรับมือใหม่

บทส่งท้าย

หวังว่าคุณจะได้นำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้การแสดงของคุณ จะสังเกตได้ว่าการแสดงแต่ละชนิดก็จะมีจุดโฟกัสที่ไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเทคนิคการแสดงอันไหนจะเหนือกว่าของใคร เพียงแค่แต่ละชนิดของการแสดงจะฝึกทักษะที่ไม่แตกต่างกันไป แล้วแต่ความถนัดของนักแสดง

สำหรับบทความดี ๆ เกี่ยวกับการแสดงและวงการบันเทิง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ IkonClass

บทความล่าสุด

คอร์สเรียนของเรา

\Learnworlds\Codeneurons\Pages\ZoneRenderers\CourseCards