รู้จักกับ Retinol วิตามิน A ชั้นเลิศที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว | IkonClass

Oct 4 / IkonClass Staff
สกินแคร์และการบำรุงผิวเป็นสิ่งที่ทุกคนในยุคปัจจุบันหันมาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยการโฆษณาและการตลาดของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ครอบคลุมทุกเพชทุกวัยมากยิ่งขึ้น ทำให้คนหันมาสนใจดูแลผิวพรรณตัวเองไม่น้อยเลยทีเดียว ในบทความนี้ IkonClass จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับ “Retinol” (เรตินอล) ที่เป็นที่นิยมในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของคนวัย 20 ขึ้นไป
สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการแต่งหน้าสำหรับมือใหม่
เรียนแต่งหน้ากับช่างแต่งหน้าอันดับ 1 ของประเทศไทย

อะไรคือเรตินอล (Retinol) ?

Retinol หรือ เรตินอล เป็นอนุพันธ์วิตามินเอชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มของ Retinoid (เรตินอยด์) ตัวสารเรตินอลมีคุณสมบัติช่วยในเรื่องริ้วรอย รอดยด่างดำ รอยสิว รวมไปถึงสรรพคุณในการช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยบรรเทาปัญหาสิวได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นสารเรตินอลจะถูกพบเจอได้บ่อยที่สุดในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ Anti-aging ที่ช่วยชลอและบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสและอ่อนเยาว์

ซึ่ง Retinol (เรตินอล) มักจะถูกสับสนกับอีกสารใกล้เคียงที่มีชื่อว่า Retinal (เรตินัล) แต่ความแตกต่างของทั้งสองมีดังนี้ :
  • Retinol (เรตินอล) เป็นอนุพันธ์วิตามินเอที่ผ่านการสกัด 2 ครั้งจากสารต้นแบบ Retinoic acid หมายความว่า Retinoic acid จะถูกเปลี่ยนเป็น Retinal ก่อน 1 ครั้ง และถึงจะถูกเปลี่ยนเป็น Retinol
  • Retinal (เรตินัล) หรือชื่อเต็ม Retinaldehyde ก็เป็นวิตามินเอในกลุ่มของ Retinoid (เรตินอยด์) แต่ต่างจากเรตินอลตรงที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงเพียงครั้งเดียว จาก Retinoic acid เป็น Retinal (เรตินัล) ทันที
  • ด้วยเหตุนี้ เรตินอลที่ผ่านการสกัดและการเปลี่ยนแปลงถึง 2 รอบจะมีความเข้มข้นที่น้อยกว่าเรตินัล และแน่นอนว่าเรตินัลที่เข้มข้นกว่าก็จะสามารถให้ผลลัพธ์ได้เร็วกว่าแต่ก็ง่ายแก่การระคายเคืองด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นสกินแคร์โดยส่วนมากจะนิยมใช้ Retinol ในส่วนผสม ส่วนการสั่งจ่ายและการใช้ Retinal จะอยู่ในดุลยพินิจและคำแนะนำของแพทย์ผิวหนังเพียงเท่านั้น

ประโยชน์ของเรตินอล

ตามธรรมชาติแล้ว คนเราจะผลัดเซลล์ผิวได้ช้าลงเมื่อมีอายุมากขึ้น และเมื่อควบกับแสงยูวีหรือมลภาวะทางอากาศอย่าง PM 2.5 แล้ว ก็ล้วนเป็นปัจจัยหลักในการก่อเกิดปัญหาผิวอย่างริ้วรอย จุดด่างดำ สิว และลักษณะของ วใบหน้าที่ดูแก่ก่อนวัยอันควร ซึ่งการใช้เรตินอลก็จะสามารถช่วยบรรเทาและเสริมสุขภาพผิวของคุณให้ดียิ่งขึ้นดังนี้ :
  • ฟื้นฟูคอลลาเจนเพื่อให้ผิวหน้าดูเต่งตึง ช่วยลดริ้วรอยและปัญหารอยด่างดำ
  • ช่วยลดการผลิตน้ำมันของผิวและลดขนาดของรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
  • ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวชั้นใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเรียบเนียน
  • ช่วยในเรื่องของปัญหาขนคุด
  • ลดการทำงานของเซลล์เม็ดสีที่เป็นต้นเหตุของกระฝ้าและจุดด่างดำ

เทคนิคการใช้เรตินอล

เนื่องจากเรตินอลเป็นสารที่ทำให้ผิวบอบบางลงจากการช่วยผลัดเซลล์ผิว เพราะฉะนั้นเรตินอลควรจะใช้ในช่วงตอนกลางคืนก่อนเข้านอนเพียงเท่านั้น สำหรับคนที่พึ่งเริ่มต้นใช้เรตินอล แนะนำให้เริ่มที่ความเข้มข้นประมาณ 0.05% เพื่อให้ผิวได้ทำความคุ้นชินกับเรตินอล โดยให้เริ่มทา 2-3 ครั้งในสัปดาห์แรก และสามารถเพิ่มความถี่เป็น 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์หรือวันเว้นวันในสัปดาห์ที่ 2-3 ขึ้นไป

นอกจากนี้แล้ว ควรใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์หลังการทาเรตินอลทุกครั้งเพื่อป้องกันอาการผิวแห้งและเสริมความชุ่มชื้น และในช่วงกลางวันแนะนำให้ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันแสงยูวี

ข้อควรระวัง

ถึงแม้จะมีสรรพคุณที่ล้นเหลือแต่การใช้เรตินอลก็ควรใช้อย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการใช้เรตินอลกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอย่าง AHA, BHA, Benzoyl Peroxide หรือกรดวิตามิน C หลีกเลี่ยงการใช้เรตินอลที่เข้มข้นจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองและอาการผิวไวต่อแสง 

ป้อม วินิจ
สอนการแต่งหน้าและความงาม

เรียนรู้ทุกเคล็ดลับและเทคนิคจากช่างแต่งหน้าอันดับ 1
สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการแต่งหน้าสำหรับมือใหม่

บทส่งท้าย

เรตินอลเป็นอนุพันธ์วิตามินเอที่ช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวเก่า ช่วยในเรื่องของปัญหาผิวหนังอย่างริ้วรอย จุดด่างดำ และอาการสิว แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าสกินแคร์แบบไหนเหมาะกับคุณแล้วล่ะก็ คุณสามารถเรียนกับช่างแต่งหน้ามื่อ 1 ป้อม วินิจ ได้แล้ววันนี้ที่ IkonClass

บทความล่าสุด

บทเรียนของเรา

\Learnworlds\Codeneurons\Pages\ZoneRenderers\CourseCards