Running 101 : เผยเทคนิคการวิ่งสำหรับนักออกกำลังกาย

Oct 30 / IkonClass Staff
การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด เพราะเพียงแค่คุณมีรองเท้าผ้าใบคุณก็สามารถออกกำลังกายได้ทุกที่ทุกเวลา แต่สำหรับใครที่ไม่เคยออกกำลังกายหรือต้องการที่จะเริ่มวิ่ง ไม่ต้องห่วง ! ในบทความนี้ IkonClass จะเผยทุกอย่างเกี่ยวกับการวิ่งให้คุณได้รู้เอง
สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการแต่งหน้าสำหรับมือใหม่
เรียนกับที่สุดของวงการ

ประโยชน์ของการวิ่ง

ก่อนที่เราจะพูดถึงเทคนิคการวิ่งต่าง ๆ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการวิ่งส่งผลต่อร่างกายเราอย่างไร ในเวลาที่เราวิ่ง เราจะใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนเพื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้าตั้งแต่เท้า ขา ลำตัว แกนกลาง จนไปถึงแขน นอกจากนี้แล้วการวิ่งยังสามารถเป็นผลดีต่อสุขภาพได้ดังนี้ :
  • ช่วยระบบไหลเวียนของโลหิต ในขณะที่เราวิ่ง อัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้นเพื่อสูบฉีดกระแสเลือดและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อทั้งร่างกาย และเมื่อมีการฝึกวิ่งเป็นประจำ ร่างกายของคุณจะสูบฉีดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความดัน ลดคอเลสเตอรอล และช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของโลหิตที่ดี
  • พัฒนาปอด เนื่องจากการวิ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ออกซิเจนในจำนวนมาก การฝึกวิ่งเป็นประจำจะช่วยพัฒนาการหายใจและสมรรถนะของปอดได้อย่างดีเยี่ยม
  • สร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและกล้ามเนื้อ การวิ่งจะใช้กล้ามเนื้อส่วนขา ส่วนแกนกลาง และส่วนบน เมื่อเราออกกำลังกายด้วยการวิ่งเป็นประจำกล้ามเนื้อดังกล่าวก็จะแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้แล้วการวิ่งยังช่วยส่งเสริมความหนาของมวลกระดูกและข้อต่อ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดกระดูกล้าวหรือกระดูกพรุนได้อีกด้วย
  • ช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจ การวิ่งจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน หรือ "สารความสุข" ซึ่งเป็นสารที่สามารถช่วยให้อารมณ์ของคุณดีขึ้น
แต่ถึงแม้ว่าการวิ่งจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การวิ่งที่มากเกินไปก็สามารถทำร้ายร่างกายได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นการวิ่งที่เยอะเกินก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ หรือการที่เราฝืนวิ่งนานจนเกินไปก็อาจทำให้หัวใจทำงานหนักเกินขีดจำกัด เพราะฉะนั้นการวิ่งก็ควรทำให้เหมาะสมกับสมรรถนะร่างกายของแต่ละคนด้วย

เลือกรองเท้าวิ่งที่เหมาะสม

ถึงแม้ว่าการวิ่งจะใช้เพียงแค่รองเท้าผ้าใบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเอารองเท้าอะไรก็ได้มาใส่วิ่ง ในบางกรณีที่ใช้รองเท้าวิ่งที่ไม่เหมาะกับรูปแบบเท้า สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บเท้าหรือเป็น แผลที่เท้าได้ เพราะฉะนั้นการเลือกรองเท้าก็ควรจะเลือกตามชนิดเท้าที่เหมาะสม

Flat arch (อุ้งเท้าแบน) - มีลักษณะอุ้งเท้าที่แนบติดไปกับพื้น ไม่มีส่วนเว้าโค้งตรงบริเวณอุ้งเท้า

Normal arch (อุ้งเท้าปกติ) - เป็นชนิดอุ้งเท้าที่พบเจอได้ทั่วไป มีรอยคอดตรงกลางฝ่าเท้าหรือประมาณครึ่งหนึ่งของฝ่าเท้า

High arch / Very high arch (อุ้งเท้าสูง / สูงมาก) - มีลักษณะอุ้งเท้าที่ลอยสูงจนทำให้เกิดช่องว่างตรงบริเวณอุ้งเท้าอย่างชัดเจน คนที่มีลักษณะอุ้งเท้าสูงจะเสี่ยงต่อการข้อเท้าพลิก หรืออาจจะมีอาการเจ็บฝ่าเท้าส่วนหน้าและส้นเท้าเนื่องจากการลงน้ำหนักที่ไม่สมดุล

และปัจจัยหลักอื่น ๆ ในการเลือกรองเท้าที่ถูกต้องก็คือ รองเท้าจะต้องมีขนาดที่กำลังพอดีกับเท้า รองเท้าควรมีน้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ง่าย และที่สำคัญที่สุด ควรเลือกรองเท้าที่ใส่แล้ว “รู้สึก” สบาย และเลือกรองเท้าให้เหมาะกับสภาพพื้นผิวที่จะเอาไปใช้งาน

จัดสรีระให้ถูกต้อง

เพื่อเป็นการเซฟตัวเองในการออกกำลังกาย คุณควรจะใส่ใจสรีระร่างกายในขณะที่วิ่งเป็นพิเศษ ซึ่งคุณสามารถลองทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังนี้ :
  • สายตามองตรงไปข้างหน้าพร้อมกับระดับศีรษะที่ตั้งตรง ไม่มีการมองต่ำจนคอตกในขณะที่วิ่ง
  • ยืดไหล่ไปด้านหลังและปล่อยตามธรรมชาติเพื่อให้หายใจได้อย่างเต็มปอด เลี่ยงการโก่งไหล่
  • ปล่อยแขนให้ตั้งฉากในระดับ 90 องศา แกว่งแขนได้เล็กน้อยตามธรรมชาติ พร้อมกับปล่อยมือในกิริยาที่ผ่อนคลาย ไม่กำหมัดจนแน่นแต่ก็ไม่แกว่งไปมา
  • เลี่ยงการยกหัวเข่าจนสูงชี้ฟ้า แต่ให้งอเข่าเพียงเล็กน้อยและชี้ไปทางด้านหน้า
  • ในขณะที่วิ่ง ให้พยายามลงน้ำหนักเท้าที่กลางฝ่าเท้าและไม่ควรลงน้ำหนักแรงจนเกิดเสียงดัง

รวมเทคนิคการวิ่งสำหรับมือใหม่

ถ้าคุณมีรองเท้าพร้อมแล้ว จัดสรีระได้ถูกต้องแล้ว คราวนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคต่าง ๆ ของการวิ่งที่จะทำให้คุณเป็นนักออกกำลังกายที่ดียิ่งขึ้น

Warm up 

การอุ่นเครื่องหรือการ Warm up เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไม่ว่าคุณจะเล่นกีฬาอะไรก็ตาม การ Warm up จะช่วยในเรื่องของการยืดเส้นและช่วยเตรียมพร้อมกล้ามเนื้อสำหรับการวิ่ง สำหรับการท่าวอร์มอัพ ต่าง ๆ คุณสามารถใช้การเดินเร็วหรือท่ายืดเส้นทั่วไปเป็นต้น

วิธีหายใจเวลาวิ่ง

สำหรับคนที่พึ่งเริ่มวิ่ง การใช้เทคนิคการหายใจอย่าง 3:3 (หายใจเข้า 3 ครั้ง หายใจออก 3 ครั้ง) หรือ 3:2 (หายใจเข้า 3 ครั้ง หายใจออก 2 ครั้ง) อาจจะดูยากและฝืนธรรมชาติจนเกินไป เพราะฉะนั้นเราจะไม่โฟกัสไปที่เทคนิคการหายใจแบบนั้น แต่จะหันมาให้ความสำคัญเกี่ยวกับการหายใจด้วยหน้าท้อง

หายใจด้วยหน้าอก : โดยสัญชาตญาณแล้วมนุษย์จะหายใจด้วยหน้าอกอยู่ตลอดเวลา โดยจะมีลักษณะหน้าอกพอง ท้องยุบเมื่อหายใจเข้า และหน้าอกยุบ ท้องขยายเมื่อหายใจออก แต่การหายใจด้วยหน้าอกเป็นการใช้พื้นที่ในปอดได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้กล้ามเนื้อได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอหรือมีอาการจุกเสียด รู้สึกว่าหายใจได้ไม่เต็มปอด

หายใจด้วยหน้าท้อง : การหายใจด้วยหน้าท้องจะสามารถสังเกตได้จากหน้าท้องที่พองขึ้นเวลาหายใจเข้าและหน้าท้องที่ยุบลงเวลาหายใจออก เป็นการใช้กระบังลมและกล้ามเนื้อด้านล่างปอดเพื่อรับออกซิเจนในปริมาณที่มากกว่าการหายใจด้วยหน้าอก นอกจากนี้แล้วเราแนะนำให้หายใจแบลึก ๆ และเต็มปอดแทนที่จะหายใจถี่ ๆ แต่ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

ตั้งระยะทางวิ่ง

การตั้งเป้าหมายระยะทางที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาการวิ่ง สำหรับผู้เริ่มต้นสามารถเริ่มได้ที่ระยะทาง 2 - 3 กิโลเมตรก่อนที่จะปรับขึ้นไป 5 - 10 กิโลเมตร นอกจากนี้แล้วคุณยังสามารถตั้งเป้าหมายเพื่อพิชิตการแข่งขันวิ่งต่าง ๆ เพื่อเป็นการผลักดันตัวเองได้เช่นกัน 

วิ่งสลับเดิน วิ่งสลับวิ่งเร็ว

สำหรับมือใหม่ที่กำลังหัดวิ่ง เราแนะนำให้ใช้เทคนิค "วิ่งสลับเดิน" หรือแปลตามตัวก็คือวิ่งเหยาะ ๆไหวเท่าไหร่ก็พอแล้วสลับมาเป็นการเดิน เช่น วิ่ง 10 นาที พักเดิน 5 นาที ทำซ้ำไปจนกว่าจะครบระยะทางที่คุณตั้งไว้ หรือถ้าคุณชำนาญในการวิ่งแล้วและรู้สึกไม่เหนื่อยเวลาวิ่ง คุณสามารถลองใช้เทคนิค "วิ่งสลับวิ่งสปรินต์" เช่นวิ่งในความเร็วปกติ 10 นาที จากนั้นสลับเป็นการวิ่งสปรินต์ (Sprint) 10 วินาที ทำสลับกันไปจนกว่าจะครบระยะทางที่ตั้งเอาไว้

วิ่งเร็ว vs วิ่งนาน

สำหรับนักวิ่งมือใหม่หลาย ๆ คน การวิ่งเร็วอาจจะเป็นสิ่งที่ดูน่ายกย่องและน่าภูมิใจเลยทำให้เกิดความเหิมเกริมที่จะวิ่งเร็ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือระยะทางที่สั้นลงและประสิทธิภาพการวิ่งที่ไม่สม่ำเสมอ ในความเป็นจริงแล้ว การที่เราจะสามารถคงความเร็วระดับสูงไว้ได้อย่างสม่ำเสมอนั้นจะต้องเริ่มจากการฝึกวิ่งให้อึดและนานเสียก่อน พอร่างกายเริ่มเกิดความคุ้นชินกับการวิ่งระยะไกลแล้วถึงค่อยหันมาพัฒนาความเร็วในการวิ่งนั่นเอง

หาบัดดี้วิ่ง

หนึ่งในสาเหตุที่คนหลายคนล้มเลิกการวิ่งนั้นก็คือ "ความน่าเบื่อ" ของการวิ่งคนเดียว เพราะนอกจากจะเป็นการออกกำลังกายที่เหนื่อยแล้ว การวิ่งยังเป็นกีฬาที่ต้องใช้แรงผลักดันสูงเช่นกัน สำหรับคนที่รู้สึกว่าการวิ่งนั้น "น่าเบื่อ" หรือ รู้สึกไม่มีกำลังใจในการออกไปวิ่ง เราแนะนำให้คุณหาเพื่อนร่วมทางหรือ "บัดดี้" ในการวิ่งด้วยกัน นอกจากจะช่วยแก้เหงาได้แล้วยังสามารถเป็นแรงผลักดันให้กันและกันได้ดีอีกด้วย 

เรียนกับที่สุดแห่งทุกวงการ

เรียนรู้ทุกเคล็ดลับและเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงของทุกวงการไทย
สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการแต่งหน้าสำหรับมือใหม่

บทส่งท้าย

หวังว่าบทความนี้จะทำให้การวิ่งของคุณนั้นดียิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ในระดับไหนของการเป็นนักวิ่ง ทางเราก็ขอให้คุณหมั่นออกกำลังกายต่อไปเพื่อสุขภาพที่ดี สำหรับเกร็ดความรู้ด้านการกีฬาอื่น ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ IkonClass

บทความล่าสุด

คอร์สเรียนของเรา