อยากเป็นนางแบบต้องอ่าน ! เผยวิธีเดินแบบที่ถูกต้อง

Dec 15 / IkonClass Staff
นอกจากการดูแลเอาใจใส่บุคลิกภาพภายนอกแล้ว หนึ่งในหน้าที่สำคัญของนางแบบก็คือการเดินแบบที่ถูกต้องและสง่างาม ซึ่งอาจจะฟังดูเป็นสิ่งที่ง่าย แต่ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่ต้องหมั่นฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ ในบทความนี้ IkonClass ขอนำเสนอเทคนิคเบื้องต้นในการเดินแบบ เพื่อให้งานออดิชั่นหรืองานเดินแบบครั้งหน้าของคุณสวยแบบไม่มีที่ติ
สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการแต่งหน้าสำหรับมือใหม่
เรียนกับช่างภาพแฟชั่นมือ 1 ของประเทศไทย

การจัดท่าทางก่อนเดินแบบ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเดินแบบก็คือการจัดท่าทาง (Posture) ให้ดูดี :
  1. ไหล่ไม่ควรห่อไปข้างหน้า ควรจะผึ่งไปข้างหลังเล็กน้อย และปล่อยแขนลงให้เป็นธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า “อกผายไหล่ผึ่ง” นั่นเอง
  2. ฝึกยืนหลังตรงเพื่อการเดินที่ดูสง่างาม ไม่ควรเดินหลังค่อม
  3. ระดับสายตาไม่ควรเหล่มองข้าง มองบน หรือมองพื้น แต่ควรจ้องไปที่สิ่งที่อยู่ข้างหน้า เทคนิคเล็ก ๆ ก็คือระดับคางควรขนานกับระดับพื้น เพียงเท่านี้คนดูก็จะสามารถเห็นหน้าตาของคุณได้อย่างชัดเจน

วิธีเดินแบบสำหรับมือใหม่

เมื่อจัดท่าทางได้ลงตัวแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการฝึกเดินแบบ ซึ่งการเดินแบบจะต้องใช้การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความเคยชิน ในขณะที่เดิน ให้นางแบบจินตนาการว่ากำลังเดินบนเส้นด้าย ลงน้ำหนักที่ส้นเท้าก่อนที่จะไล่ไปปลายเท้า และเดินด้วยการวางเท้าข้างหนึ่งไว้ข้างหน้าเท้าอีกข้าง หรือที่เรียกว่าการเดินแบบ “ไขว้ขา” การเดินเช่นนี้จะทำให้สะโพกของนางแบบส่ายอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องเกร็งหรือบังคับการบิดของสะโพก ในขณะที่เดิน ให้นางแบบปล่อยแขวนเป็นธรรมชาติแต่ก็ไม่แกว่งจนเกินไปหรือดูแข็งทื่อ และก้าวเดินให้สอดคล้องกับจังหวะเพลงของงาน เมื่อมาถึงจุดที่ต้องหันกลับ นางแบบควรจะต้องเริ่มชะลอความเร็วในการเดินเพื่อที่จะหยุดโพสต์ท่าประมาณ 3 วิ ก่อนที่จะหันหลังและเดินกลับไป ข้อควรระวังก็คือ ก่อนที่จะมาถึงจุด “ยูเทิร์น” หรือ “จุดหยุดโพสต์” นางแบบจะต้องกะจังหวะการชะลอให้ได้อย่างแม่นยำ ไม่ควรดูเป็นการหยุดเดินกะทันหัน

สีหน้า

นอกจากท่าทางการเดินแล้ว “สีหน้า” ของนางแบบในขณะที่เดินก็สำคัญเช่นกัน โดยมาตรฐานแล้ว นางแบบ “ไม่ควรยิ้ม” ในขณะที่เดินแบบ เพราะเชื่อว่าการยิ้มหรือการแสดงสีหน้าต่าง ๆ จะเบี่ยงเบนความสนใจออกจากเสื้อผ้าหรือผลิตภัณฑ์ที่นางแบบสวมใส่อยู่ ทำให้คนดูอาจจะพลาดการชมคอลเลคชั่นเสื้อผ้านั้น ๆ ไปได้ เลยเกิดเป็นมาตรฐานในวงการว่า นางแบบจะต้องแสดงสีหน้าที่ “เป็นกลาง” มากที่สุด ไม่ยิ้มแต่ก็ไม่หน้าบึ้งจนดูเหมือนเศร้าหรือโมโห เทคนิคง่าย ๆ เพียงแค่ทำการปิดริมฝีปากให้สนิทโดยไม่ยิ้มหรือดึงมุมปากลง สีหน้าเวลาที่เราปิดปากโดยธรรมชาติจะเป็นสีหน้าที่ให้ดู“เป็นกลาง” มากที่สุด

แต่ก็จะมีบางรันเวย์ที่มีนักกำกับคอยชี้นำสีหน้าและท่าทางที่แบรนด์ต้องการ เช่น อย่างแบรนด์ Victoria’s Secret จะสังเกตได้ว่าเหล่านางแบบจะยิ้มเล็กน้อยและดูสดใส ของ Chanel จะถูกกำกับให้ดูออกจริงจังเพื่อตอบโจทย์คอนเซปต์ “High fashion” เพราะฉะนั้นแล้วนางแบบก็ควรจะฝึกแสดงสีหน้าได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบยิ้ม แบบธรรมชาติ และแบบหน้าซีเรียส

ศึกษาภาพพจน์ของแบรนด์แฟชั่น

นางแบบควรหมั่นศึกษาจากรันเวย์ของแบรนด์แฟชั่นต่าง ๆ เพื่อศึกษาท่าทางการเดินที่หลากหลาย เช่น Louis Vuitton จะใช้การเดินแบบที่ดูแข็งแรงและกระฉับกระเฉง เพื่อสอดคล้องกับรากฐานของแบรนด์ที่มาจาก “การท่องเที่ยว” เลยต้องแสดงให้เห็นว่าแฟชั่นของเขานั้นใส่แล้วมีความคล่องตัว ส่วนการเดินแบบของ Versace จะออกไปในทางที่โอ้อวดและทันสมัย จะมีการส่ายสะโพกที่เยอะและสับขาไวเวลาเดิน ส่วนแบรนด์อย่าง Valentino จะเน้นการเดินที่ดูสง่างามเหมือนเจ้าชาย-เจ้าหญิง เป็นการเดินก้าวขาสั้น หรือถ้าเป็นแบรนด์อย่าง Celine ในปัจจุบันก็จะออกไปทาง Rock & Roll ที่เน้นการเดินออกหลังค่อมเล็กน้อยและไม่เดินไขว้ขา

แต่ละแบรนด์จะมีตัวตนและภาพพจน์ที่เขาต้องการจะสื่อออกมาไม่เหมือนกัน ควรศึกษาและเก็บข้อมูลการเดินแบบของแต่ละสไตล์ให้ได้มากที่สุด และนำมาฝึกฝนและขัดเกลาทักษะการเดินแบบของตัวเอง

ศึกษาจากนางแบบชื่อดัง

นอกจากการศึกษาภาพพจน์ของแบรนด์แล้ว ยังสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสไตล์การเดินของนางแบบที่มีชื่อเสียง ยกตัวอย่างเช่น :
  • Naomi Campbell : เป็นการเดินไขว้ขวาที่ทิ้งน้ำหนักโยกสะโพกค่อนข้างเยอะ บวกกับการแกว่งแขวนที่ดูเยอะแต่เป็นธรรมชาติ ซึ่งสไตล์ของเธอก็ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้โดยนางแบบในปัจจุบัน
  • Gisele Bündchen : หนึ่งในนางแบบที่มีค่าตัวสูงที่สุดในโลก เขาถูกยกย่องให้เป็นผู้คิดค้นเทคนิคการเดินแบบ “Horse walking” หรือการเดินแบบยกและเตะขาไปข้างหน้าเพียงเล็กน้อย
  • Karlie Kloss : เน้นการเดินที่แกว่งแขนเยอะและการใช้สายตาเพ่งเล็งไปที่จุดข้างหน้า ทำให้เธอขึ้นชื่อเรื่องท่าทางการเดินที่ดูทรงพลังและเต็มไปด้วยความมั่นใจ
  • Gigi Hadid : นอกจากดวงตาที่ดูเย้ายวนแล้ว Gigi มีเอกลักษณ์การเดินที่ดู “ผ่อนคลาย” มากกว่านางแบบคนอื่น ๆ ด้วยการเดินที่ไม่เน้นการสับขาหรือการไขว้ขวา บวกกับการเดินแบบอกผายไหล่ผึ่งและคอเอนไปทางด้านหน้าเล็กน้อย ทำให้การเดินแบบของ Gigi ดูผ่อนคลายแต่ก็ไม่ละทิ้งความมั่นใจในการเดิน
  • Coco Rocha : สไตล์การเดินแบบของ Coco จะเน้นการเดินที่ไขว้ขาและบิดสะโพกเป็นจังหวะอย่างเห็นได้ชัดเจน พร้อมกับการส่ายหัวเล็กน้อยเวลาเดิน ทำให้การเดินของเขาดูเย้ายวนและน่าดึงดูดเป็นอย่างมาก

และยังมีนางแบบชื่อดังอีกหลายท่านที่คู่ควรแก่การศึกษา ไม่ว่าจะเป็น Adriana Lima, Cindy Crawford, Kate Moss, Bella Hadid, Linda Evangelista ที่นางแบบมือใหม่ทุกคนควรไปย้อนดูวิธีการเดินของพวกเขาไว้เป็นกรณีศึกษาและนำมาประยุกต์ใช้ในสไตล์ของตัวเอง

ณัฐ ประกอบสันติสุข
สอนการถ่ายภาพแฟชั่น

เรียนรู้ทุกเคล็ดลับและเทคนิคจากช่างภาพแฟชั่นอันดับ 1
สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการแต่งหน้าสำหรับมือใหม่

บทส่งท้าย

จะเห็นได้ว่าการเป็นนางแบบนั้นไม่ได้มีแค่ปัจจัยของบุคลิกภาพภายนอก ถึงแม้ว่าการรักษาสุขภาพและดูแลหุ่นนั้นสำคัญ แต่นางแบบก็ยังจะต้องหมั่นฝึกฝนทักษะการเดินแบบให้ชำนาญเพื่อปรับเข้าให้ได้กับทุกสถานการณ์ ทางเราหวังว่าผู้อ่านจะได้นำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ในการฝึกเดินแบบของคุณ และขอให้คุณประสบความสำเร็จบนเส้นทางของอาชีพนางแบบ !

สำหรับบทความส่งเสริมการพัฒนาทักษะอื่น ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ IkonClass

บทความล่าสุด

คอร์สเรียนของเรา

\Learnworlds\Codeneurons\Pages\ZoneRenderers\CourseCards