9 ร้านอาหารกรุงเทพฯ ที่ติดหนึ่งใน Asia's 50 Best Restaurants

Feb 10 / IkonClass Staff
รายชื่อร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย หรือ Asia’s 50 Best Restaurants เป็นรายชื่อที่ถูกสร้างโดย World’s 50 Best Academy เพื่อค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุด 50 ร้าน ของแต่ละภูมิภาคทั่วโลก โดยการให้คะแนนนั้นมาจากผู้โหวตนิรนาม ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านอาหารและบริการ และไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับร้านนั้นที่ตนเองโหวต 

ตำแหน่งในรายชื่อ Asia’s 50 Best Restaurants ส่วนใหญ่มักจะเป็นร้านอาหารเจ้าดัง ร้านอร่อยที่อยู่ในประเทศญุี่ปุ่นและประเทศไทย วันนี้ IkonClass จึงได้รวม 9 ร้านอาหารอร่อยในกรุงเทพฯ ที่ติดอันดับร้านที่ดีที่สุดในเอเชียมาแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักกัน แต่ละร้านจะเป็นอย่างไร อยู่แถวไหน ไปดูกันเลย
เชฟต้น-ธิติฏฐ์กับมุมมองต่ออาหารไทยที่แตกต่างไปจากเดิม | IkonClass
เรียนทำอาหารไทยกับ
เชฟมิชลิน

ร้านศรณ์

ร้านศรณ์เป็นร้านอาหารปักษ์ใต้ไตล์ไฟน์ไดนิ่งที่ตั้งอยู่ในย่านพร้อมพงษ์ ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในร้านที่จองโต๊ะได้ยากที่สุดในประเทศไทยด้วยคุณภาพ รสชาติาอาหารและการบริการยอดเยี่ยม ร้านศรณ์นำเสนออาหารแบบ Fine Southern Cuisine ซึ่งเชฟไอซ์ ศุภักษร จงศิริ เจ้าของร้าน เป็นผู้ริเริ่มคอนเซ็ปต์นี้

ร้านศรณ์ให้บรรยากาศคล้ายกับแกลเลอรีเล็ก ๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวของสูตรอาหาร เกร็ดประวัติศาสตร์ และแหล่งที่มาของวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ถูกนำมาเสิร์ฟให้ได้ลิ้มรสกัน ใครจองโต๊ะได้แล้ว อย่าลืมสั่ง “กันชูเปียง” หรือกันเชียงปูของร้านศรณ์ ที่เป็นขาปูเนื้อแน่นเสิร์ฟพร้อมกับซอสรสเผ็ดรสนัวที่ช่วยชูรสชาติของเนื้อปูได้เป็นอย่างดี

ร้าน Le Du

“เลอดู” ร้านหรูสไตล์ไฟน์ไดนิ่งแถบสีลม เป็นร้านของเชฟมากความสามารถอย่าง เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ถึงแม้ชื่อร้านจะมึดูเป็นฝรั่งเศส แต่แท้จริงแล้วคำว่า “Le Du” นั้นมาจากคำว่า ฤดู ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์ของประสบการณ์อาหารที่เชฟต้นต้องการนำเสนอ ซึ่งก็คือประสบการณ์หรูกับเมนูไทยที่มีกลิ่นอายโมเดินร์นแทรกอยู่ และการนำวัตถุดิบที่หาได้ตามฤดูกาลมาประกอบอาหาร

ร้านเลอดูเป็นร้านอาหารร้านแรกของเชฟต้น มี Tasting menu สุดพิเศษที่เป็นจานใหม่ล่าสุดของร้าน โดยราคาอยู่ 3,000++ ตัวหัว และเชฟต้นมั่นในว่าร้านเลอดูไม่ได้มีดีแค่ที่อาหาร แต่รวมไปถึงประสบการณ์ทั้งหมดที่ลูกค้าจะได้รับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าร้าน 

หลังจากสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสอนการครัวชื่อดัง Culinary Institute of America เชฟต้นก็มีความตั้งใจที่จะเปิดกิจการที่จะสามารถยกระดับวัตถุดิบและวัฒนธรรมไทยขึ้นมา เมนูซิกเนเจอร์อย่าง ข้าวคลุกกะปิเลอดู ก็เกิดมาแนวคิดนี้ โดยเชฟต้นได้นำเอาสตรีทฟู๊ดที่ตนเองชอบทานมาเพิ่มมูลค่าโดยการใช้วัตถุดิบอย่าง กุ้งแม่น้ำ และข้าวออร์แกนิคที่นำมาปรุงแบบรีชอตโต้แทน

ร้าน Sühring

หากใครอยากเอ็นจอยอาหารยุโรปในบรรยกาศบ้านสวนเรียบหรู ก็ต้องไม่พลาดร้านซูห์ริ่ง ที่ตั้งอยู่กลางซอยเย็นอากาศ ซูหริ่งเสิร์ฟอาหารพื้นเมืองเยอรมันในสไตล์ไฟน์ไดนิ่งที่รังสรรค์โดยเชฟฝาแฝด โธมัส และ มาธิอัส ซูห์ริ่ง

ถึงจะเป็นอาหารพื้นเมืองเยอรมัน แต่เชฟทั้งสองจะเลือกใช้วัถุดิบคุณภาพดีจากท้องถิ่นไทย เช่น ฟักทองน้ำเต้าหรือล็อบสเตอร์น้ำจืดจากดอยอินทนนท์ เพื่อมาประกอบอาหาร

ครัวของร้านซูห์ริ่งเป็นครัวเปิด ทำให้คุณสามารถรับชมความพิถีพิถันของเชฟทั้งสองได้ในขณะรับประทานอาหาร หรือหากใครชอบความสงบร่มเย็น ก็สามารถเลือกที่นั่งในเรือนกระจกที่รอบล้อมไปด้วยไม้นานาพันธุ์และต้นไม้ใหญ่ได้เช่นกัน

ร้านนุสรา

ร้านนุสราเป็นร้านที่สองของเชฟต้นที่ติดอันดับ Asia’s 50 Best Restaurants โดยร้านอาหารเจ้าดังในกรุงเทพฯ ร้านนี้ เกิดขึ้นมาจากความรักที่เชฟต้นและน้องชายมีให้กับคุณยายของพวกเขา คุณยายนุสราเป็นคนที่ชอบทำอาหารและมีรสมือที่ดีอย่างไทยเดิม เชฟต้นและน้องชายจึงอยากสร้างร้านนี้ให้เป็นอนุสรณ์สถานให้เธอ 

ร้านนุสราอยู่บนชั้น 2 ของตึกเก่าในย่านท่าเตียน โดยคนที่ไม่เคยรู้จักร้านนี้ ก็จะไม่รู้เลยว่ามีร้านสไต์ล์ Chef’s Table อยู่ในตึก ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ร้านนุสราจะเน้นอาหารไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจคุณยายของเชฟต้น บรรยากาศภายในก็จะสื่อถึงความเป็นตัวต้นของคุณยายนุสรา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสนุกและทันสมัยอยู่ในตัว

เมนูซิกเนเจอร์ของนุสราคือ แกงปูใบชะพลูกรอบ ซึ่งเป็นกรรเชียงปูแน่น ๆ คลุกเคล้าในกะทิกับพริกแกง เสิร์ฟพร้อมกับใบชะพลูที่มีความหอมเฉพาะตัว และแน่นอนว่าวัถุดิบทุกอย่างตั้งแต่สมุนไพรไปจนถึงเนื้อสัตว์ เป็นวัตถุดิบที่ได้มาจากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ และจากชาวประมงท้องถิ่นที่ทำการประมงอย่างยั่งยืน เพราะนอกจากเชฟต้นจะให้ความสำคัญกับทุกสิ่งที่เขาจะเสิร์ฟลงบนจานอาหารแล้ว เขาก็ยังให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ร้านสำรับสำหรับไทย

อาหารไทยแบบวิถีไทยแท้นั้นเป็นอย่างไร คุณสามารถหาคำตอบได้ที่ร้านอาหารเจ้าดังในกรุงเทพฯ ร้านนี้เลย ร้านสำรับสำหรับไทย ถือว่าเป็นร้านอาหารอร่อยที่ซ่อนตัวลับ ๆ อยู่ในซอยยมราช แถวเจริญกรุง โดยหัวหน้าเชฟอย่างคุณปริญญ์ ผลสุข ตั้งใจที่จะทำให้ร้านนี้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับอาหารไทย และวิถีแบบไทย

ร้านสำรับไทยสำหรับไทย มีราคาต่อหัวที่ประมาณ 3,500 บาท ซึ่งร้านจะปรุงอาหารตามตำราอาหารไทยโบราณ มีการเปลี่ยนเมนูทุกเดือน ตัวเชฟปริญญ์เองรักในการค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และรักที่จะถ่ายทอดความรู้เหล่านั้นผ่านอาหารที่เขาเสิร์ฟ

ใครที่อยากลองชิมอาหารตามสูตรของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ผู้เขียนตำราแม่ครัวหัวป่าก์ หรือกับข้าวโบราณตั้งแต่ก่อนยุครัตนโกสินธุ์ก็ต้องไม่พลาดมาลองกินร้านดังในกรุงเทพฯ ร้านนี้ดู

ร้านเจ๊ไฝ

ร้านเจ๊ไฝเป็นร้านที่ใคร ๆ ก็เคยได้ยินชื่อ ที่นี่เป็นร้านอาหารเจ้าดังในกรุงเทพฯ ร้านเล็ก ๆ ที่อยู่มานานกว่า 40 ปี โดยมีเจ๊ไฝ-สุภิญญา จันสุตะ ประจำอยู่ที่เตา และคุณยุวดี ลูกสาวของเธอ ช่วยดูแลทุกขั้นตอนการทำอาหารอื่น ๆ ในครัว เสิร์ฟอาหารไทยทั่ว ๆ ไปที่มีมาตฐานระดับมิชลินสตาร์ 

เมนูที่พลาดไม่ได้ของร้านเจ๊ไฝคือไข่เจียวปู และผัดขี้เมาทะเล ด้วยบรรยากาศของร้านและอาหารที่เป็นสตรีทฟู้ด เจ๊ไฝเคยถูกทักท้วงจากลูกค้าหลายท่านว่าราคาแพงเกินกว่าเหตุ แต่เมื่อดูวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารแล้ว ก็ต้องยอมว่าคุณภาพนั้นสมกับราคา และรสชาติเองก็โดดเด่นไม่แพ้ร้านหรูร้านอื่นแน่นอน

ร้าน Gaa

ร้านอาหารอินเดียสไตล์โมเดิร์นของเชฟการิมา ออโรร่า ผู้มีความหลงใหลในศาสตร์การทำอาหารตั้งแต่อายุยังน้อย ร้านกาของเธอได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ได้รางวัล Asia’s Best 50 Restaurants ครั้งแรกในปี 2019 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่เธอได้รับการโหวตเป็น Asia’s Best Female Chef

ร้าน Gaa อยู่ในบ้านเรือนไทยที่มีอายุกว่า 60 ปี เนื่องจากเชฟการิมาต้องการที่จะสร้างนำเสนอการผสมผสานของเสน่ห์ความเป็นไทยและวัฒนธรรมอินเดียแบบปัญจาบ (Punjab) อาหารจะถูกเสิร์ฟเป็นคอร์สทั้งหมด 12-15 คอร์ส และในเรือนไทยเดียวกันก็ยังมีร้าน HERE ซึ่งเป็นไวน์บาร์ของเชฟการิมาที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานอีกด้วย

Sushi Masato

เมื่อพูดถึงร้านอาหารอร่อยที่มาพร้อมกับความใส่ใจ ก็ต้องนึกถึงโอมากาเสะ ร้านซูชิมาซาโตะ ของเชฟมาซาโตะ ชิมิสึ ได้ชื่อว่าเป็นร้านซูชิที่ดีที่ในกรุงเทพฯ โดยเชฟมาซาโตะตั้งใจผสมผสานความนุ่มลึกของวัฒนธรรมโตเกียวเข้ากับความโมเดิร์นของนครนิวยอร์กไว้ในที่เดียว

ร้านมาชาโตะเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเมนูก็จะเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบที่ได้ แต่บางจานเช่น Ankimo หรือตับปลาอังโกะ (หรือฟัวกราส์แห่งท้องทะเล) จะมีเสิร์ฟตลอดปีเนื่องจากเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมสูง ใครมาก็ต้องได้ลองไม่นานอีกด้วย

ร้าน Blue by Alain Ducasse

อาหารฝรั่งเศสเป็นตำหรับที่ขึ้นชื่อเรื่องความประณีต ซึ่งหากใครอยากลิ้มลองประสบการณ์แบบฝรั่งเศสแท้ ๆ ก็ต้องไม่พลาดกับร้าน Blue by Alain Ducasse ซึ่งการออกแบบภายในร้านได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชวังแวร์ซาย ที่ห้อมล้อมไปด้วยวิวของแม่น้ำเจ้าพระยา

หัวหน้าเชฟ Wilfrid Hocquet ผู้ซึ่งเคยเป็น Executive Chef ให้เชฟในตำนานอย่าง อลัง ดูกาส์ส ต้องการที่จะนำเสนอความเป็นฝรั่งเศสที่ร่วมสมัย และเพิ่มคุณค่าให้วัตถุดิบท้องถิ่นไทยในขณะเดียวกัน ความหรูหราของบรรยากาศและความพิถีพิถันของเชฟ โฮเก้ ทำให้ร้านบลู บาย อลัง ดูกาสส์ เป็นอีกร้านอาหารอร่อยในกรุงเทพฯ ที่คนรักอาหารหลาย ๆ คนต้องไปลอง

เชฟต้น
สอนการทำอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น

เรียนรู้เทคนิคการทำอาหารไทย จากเชฟระดับมิชลิน
เชฟต้น-ธิติฏฐ์กับมุมมองต่ออาหารไทยที่แตกต่างไปจากเดิม | IkonClass

สรุปสาระสำคัญ

หลังจากได้รู้จักร้านอาหารอร่อยในกรุงเทพฯ ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในเอเชียไปแล้ว หากใครสนใจในด้านของการทำอาหาร การสร้างสรรค์เมนู และการสร้างประสบการณ์อาหารที่โดดเด่นและน่าสนใจ สามารถเรียนรู้จากเชฟต้น เจ้าของกิจการ Le Du และ นุสราได้ที่ IkonClass กับคลาสสอนทำอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น

บทความล่าสุด

บทเรียนของเรา

\Learnworlds\Codeneurons\Pages\ZoneRenderers\CourseCards